Breaking News

88 - ได้แค่เสียว แมนยูฯ ยังนำฝูง บุกเจ๊า ลิเวอร์พูล สุดมัน 0-0 ศึกแดงเดือด

ได้แค่เสียว แมนยูฯ ยังนำฝูง บุกเจ๊า ลิเวอร์พูล สุดมัน 0-0 ศึกแดงเดือด

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเสมอ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปแบบสุดมัน 0-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดแดงเดือด

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020-21 ประจำวันอาทิตย์ที่ 17 เดือนมกราคม 64 คู่บิ๊กแมตช์ศึกแดงเดือด “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ชั้น 3 ของตาราง เปิดสนามแอนฟิลด์รับการมาเยี่ยมของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เปิดตัวครึ่งแรก นาทีที่ 14 ลิเวอร์พูลได้ทักก่อน จากจังหวะที่ โรแบร์โต เฟอร์มิโน ซัดด้วยขวาจากนอกกรอบ บอลติดบล็อกมาเข้าทาง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ซัดด้วยซ้าย บอลเหาะผ่านคาน
ต่อจากนั้นนาทีที่ 17 ลิเวอร์พูล ได้ลุ้นอีกรอบ ซาดิโอ มาเน หลุดเข้าจุดโทษฝั่งขวาก่อนจ่ายย้อนมาให้ เฟอร์มิโน ซัดหลุดกรอบไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่มี โรเบิร์ต เพิ่มเติมมารออยู่ว่างๆทางฝั่งซ้าย
ถัดมา 4 นาที ลิเวอร์พูลมาอีกแล้ว เซอร์ดัน ชาคิรี ซัดด้วยซ้ายจากนอกกรอบ บอลแฉลบ แฮร์รี แม็คแกว่งไกวร์ หลุดเสาสองออกไปน้อยมาก
นาทีที่ 22 หงส์แดงยังลุยต่อ โรแบร์โต เฟอร์มิโน ยิงดว้ยขวาในจุดโทษ บอลติดบล็อกย้อนมาเข้าทาง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซัดผ่านคานออกไป
ถึงนาทีที่ 34 แมนยูฯ ได้ฟรีคิกระยะหวังผล และก็เป็น บรูโน เฟอร์นันเดส ซัดด้วยขวา บอลโค้งเฉี่ยวสามเหลี่ยมออกไปน้อยมาก และก็ในนาทีเดียวกัน ลิเวอร์พูล ตอบโต้กลับเร็ว โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลุดขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนลากเข้าจุดโทษ ท้ายที่สุดบอลมาเข้าทาง โรแบร์โต เฟอร์มิโน ซัดตูม แต่บอลตรงตัว ดาบิด เดเคอา
จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ยังเสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ 0-0
กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 53 แมนยูฯ ได้ลุ้นก่อนเลย อองโตนี มาร์เชียล จ่ายให้ บรูโน เฟอร์นันเดส ซัดด้วยซ้ายในจุดโทษ แต่ ฟาบินโญ มาบล็อกออกไปได้ทัน
ต่อจากนั้นนาทีที่ 55 ลิเวอร์พูลขอลองบ้าง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ซัดด้วยขวาจากนอกกรอบ แต่บอลตรงตัว ดาบิด เดเคอา
ถัดมา 4 นาที ลิเวอร์พูล น่าได้ประตูขึ้นนำสุดๆจากจังหวะที่ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เปิดบอลจากฝั่งซ้ายไปที่เสาสอง โรแบร์โต เฟอร์มิโน ปรี่มายิงจ่อๆเพียงแค่ 6 หลา แต่ แฮร์รี แม็คแกว่งไกวร์ มาบล็อกออกไปได้ทัน
นาทีที่ 63 ลิเวอร์พูลได้ลุ้นอีกรอบ เซอร์กัน ชาคิรี เปิดลูกเตะมุมเข้ากรอบจุดโทษ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กระแทกหลุดกรอบไป
และก็ในนาทีที่ 65 แมนยูฯ ได้ลุ้นจากจังหวะยิงไกลของ บรูโน เฟอร์นันเดส แต่บอลตรงตัว อลิสสัน เบคเกอร์
นาทีที่ 75 แมนยูฯ น่าได้ประตูสุดๆมาร์คัส แรชฟอร์ด จ่ายบอลให้ ลุค ชอว์ หลุดมาในจุดโทษฝั่งซ้ายจนกระทั่งสุดเส้นหลังก่อนเปิดเข้ากลางให้ บรูโน เฟอร์นันเดส ยิงด้วยขวา แต่ อลิสสัน เบคเกอร์ ใช้ขาเซฟไว้ได้
นาทีที่ 80 ลิเวอร์พูลเกือบจะขึ้นนำเช่นเดียวกัน เมื่อ ติเตียนอาโก อัลคันทารา ตกลงใจยิงไกลด้วยขวา แต่ ดาบิด เดเคอา พุ่งปัดออกไปได้
นาทีที่ 83 แมนยู เกือบจะได้อีกแล้ว พอล ป็อกบา ซัดเต็มข้อด้วยขวาในจุดโทษ แต่ อลิสสัน เบคเกอร์ ยังเซฟออกไปได้อีก
ตอนที่เหลือทั้งสองกลุ่มทำอะไรกันเพิ่มมิได้ จบเกม ลิเวอร์พูล เสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-0 แบ่งกันไปกลุ่มละแต้ม ลิเวอร์พูล เก็บเพิ่มเป็น 34 คะแนน แต่ตกลงมาอยู่ชั้น 4 ส่วน แมนยูฯ เก็บเพิ่มเป็น 37 คะแนน รั้งผู้นำฝูงต่อไป
รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองกลุ่ม
ลิเวอร์พูล: อลิสสัน เบคเกอร์ (GK), เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, ติเตียนอาโก อัลคันทารา, เซอร์ดัน ชาคิรี, ซาดิโอ มาเน, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และก็ โรแบร์โต เฟอร์มิโน
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เดเคอา (GK), วิคตอร์ ลินเดเลิฟ, แฮร์รี แม็คแกว่งไกวร์, ลุค ชอว์, อารอน วาน-บิสซากา, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด, บรูโน เฟอร์นันเดส, พอล ป็อกบา, มาร์คัส แรชฟอร์ด และก็ อองโตนี มาร์เชียล